2007/Apr/18

DIYโปสเตอร์คอนเสิร์ตกันเถอะ!!!(-w-)

.

.

.

.

.

.

.

.

ทุกๆปีของนักเรียนม.6และนศ.ปี3ของ MSMU จะต้องมี Graduate Recital

(คอนเสิร์ตสั้นๆเมื่อจบการศึกษ า) เป็นของตัวเอง 1งาน เพื่อ

แสดงความสามารถภายในหลายๆปีที่เราเคยได้ฝึกฝนมา (แน่นอนคนไม่ซ้อมก็จบเห่)

และนอกจากการต้องซ้อมอย่างหนัก(มาก)

อีกหนึ่งความสนุกของการมี Recital

เป็นของตัวเองก็คือการทำโปสเตอร์คอนเสิร์ต!!!

.

.

.

โปสเตอร์ที่จะมานำเสนอในวันนี้ (นี้กรุพูดเหมือนพรีเซนต์งานไปป่ะเนี่ย- -'')

เป็นโปสเตอร์คอนเสิร์ตจบของ นศปี3 เอกPercussion ทั้งสองคน

(ทำคอนเสิร์ตร่วมกันได้คร่ะ)

ชื่อเต็มๆว่า '' Percussion Junior Recital '' ซึ่งเราถูกใช้ให้มาถ่ายรูป

และตกแต่งให้มันกลายเป็นโปสเตอร์ (แน่นอลลลเดี๊ยนยินดีทำสุดๆ)

เรื่องยังงี้ล่ะชอบนัก... แต่ถ้าทำเสร็จแล้ว

เด็กในคณะทำเอง ดูเอง มันก็ไม่มีความหมายน่ะสิเคอะงั้นเราขอเอามา

เผยแพร่โปสเตอร์ให้ดูละกัน

.

.

.

.

.

.

.

งานนี้ประกอบไปด้วย ช่างกล้องแสนสวยรวยเสน่ห์ (โฮะๆๆๆ)

และคุณรุ่นพี่บ๊องๆทั้งสอง พี่ทอมมี่ กับ พี่น็อต เอกPercussionทั้งคู่

ซึ่งเป็นคนจ้างวานเดี๊ยนให้มารับผิดชอบการโฆษณาคอนเสิร์ตของทั้งสองคน

สถานที่ถ่ายทำคือห้องซ้อม407 (ใครเคยดู Seasons Change แล้วคงจะจำได้

ว่ามันคือห้องซ้อมวง Orchestra ของอาจารย์โรซี่)

.

.

.

.

ที่แพลนเอาไว้ คือต้องการให้ทั้งสองคนในโปสเตอร์

ออกมาดูสบายๆเหมือนตอนซ้อมๆๆๆไปปกติ

แต่ก็ต้องActให้ดูบาลานซ์กันไม่แย่งกันเด่นเกินไป (แล้วมันปกติยังไง)

ถ่ายด้วยกล้องห่วยๆเก่าๆทำตกไม่รู้กี่รอบของSamsung เคี๊ยกๆๆๆ

.

.

.

.

ไปดูรูปแรกกัน

อันนี้ถ่ายเล่นๆ แค่ลองกะดูเฉยๆว่ามาริมบากับทิมปานีควรอยู่ในรูปประมาณไหน

นายแบบทั้งสอง พี่ทอมมี่กับพี่น็อต ถูกเราบังคับทำท่านู่นนี่เหมือนตุ๊กตาเลย

รู้สึกมีอำนาจเหนือรุ่นพี่ โฮะๆๆๆ เลวจริงๆค่ะเรา

แล้วเราก็ลองเปลี่ยนท่ากันเป็นท่ายืน(พิมพอะไรน่ะเรา...)

พี่น็อตแอบบ่น -*-

แต่มันก็ไม่ดี - -'' เลยกลับมาท่าเดิม พี่น็อตเริ่มจะชิลล์ล์ล์ไปหน่อยแระ

ต้องคอยเตือนตลอดเลยว่าหน้าก้มเกินไป ขาถ่างเกินไป มือตกแล้วนะ นู่นนี่ๆ

ส่วนยัยทอมมี่น่ะหรอ... โห๊ยยยไม่ต้องให้บอก รู้งานสุดๆ

สุดท้ายก็เอาPositionนี้ล่ะค่ะ ว่าแล้วก็สั่งให้สองนายแบบอยู่นิ่งๆแล้วก็จัดแจง

ถ่ายแชะๆๆๆๆๆๆๆๆ(ส์)ไว้เลือกที่ดีที่สุด (พี่น็อตไม่นิ่งเลยยยย ฮือออๆ T[]T)

แล้วเราก็ได้รูปนี้ค่ะ!!!! แต่ง Contrast เรียบร้อยแล้วเน้นสีส้มๆ

เพราะเราคิดว่ามันดูเท่ห์ดี (ความชอบส่วนตัวอย่ามาลอกเลียนแบบ)

และในที่สุดพี่น็อตก็แอ๊คท่าในฝันเราได้นิ่งๆสักที เฮ้อออ=3

(พี่ทอมมี่รู้งานสุดๆ นิ่งมากกกกกกกกกกกก)

...................

............

.....

พอได้รูปที่ต้องการแล้วเราก็ปล่อยสองนายแบบ

ไปดื่มน้ำปัสสาวะกันตามสบาย แล้วก็แอบเก็บรูปไว้ด้วย

อ่าว... ทำไมทรยศชั้นล่ะทอมมี่... - -''

รูปนี้ได้ลงในหน้า Performer Profile ด้วย >w<

รูปนี้ได้ลงในหน้า Performer Profile ด้วยเหมือนกัน >w<

......

..

.

ต่อไปก็เป็นการถ่ายรูปลงสูจิบัตร ที่เราคิดไว้ก็คือ หน้าThankyou ควรจะมีรูปสักนิด

เพราะไม่เคยมีใครทำเลยถ้ามีก็คงดี

แล้วพี่น็อตก็เกิดไอเดียอุบาทว์ออกมาอันนึง 5555 (ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้)

นี่แอบถ่ายช็อตซึ้งได้ (อิจฉาพี่น็อตตต กรอดดดดดด~)

สุดท้ายก็ใช้รูปนี้ (ซึ่งแต่งเรียบร้อยแต่ก็ถูกห้ามไว้ไม่ให้ลงสูจิบัตร อ้าวว)

มันคือยักษ์สองตนหน้าวัดสุทัศน์น่ะเอง

.

.

.

.

.

.

จากนั้นผ่านไปสักสี่ห้าวันกับการนั่งแต่งๆๆเถียงๆๆกับพี่ทอมมี่

And So และแล้ว และและและและและและและ แล้วววววแว้วววว

โปสเตอร์แสนสวยจึงกำเนิดสะที สดๆใหม่ๆอุแว้ๆๆๆหิวนมจังแม่จ๋า

.

.

.

.

.

.

โปสเตอร์ถูกปรินท์ออกมาทั้งหมดสิบกว่าใบแปะทั่วคณะ

ทั้งบอร์ดประชาสัมพันธ์ บอร์ดแปะโปสเตอร์ ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนมก๊อบแก๊บมันยังแปะเลย

และแบบกระดาษA4ก็ปริ้นท์ออกมาสามสิบกว่าใบหย่อนลงใน Mailbox ของอาจารย์

(ถือเป็นการเชิญให้มาชมคอนเสิร์ต)ก็ถือว่าหมดหน้าที่ชั้น....

แล้ว Recital ของทั้งสองคนก็จบลงด้วยดี ^ ^

. . . . . . . . . . . .

. . . . . . .

. . . . .

. . .

.

.

.

.

.

.

.

ตอนนี้

บ้า

นานะ

กับ

Guitar Hero

มากๆ

....

ในหัวมีแต่เพลง YYZ กับ ฮาจิกระดิกหาง

กิ๊ดๆๆๆๆ

ใครเล่นบ้างมากรี๊ดเป็นเพื่อนที

กิ๊ดๆๆๆๆ

.

.

.

.

เสาร์นี้มีงานคืนสู่เหย้าของเซนต์หลุยส์ ดีใจจังจะได้กลับไปหาเพื่อนๆ

รอคอยงานนี้ถึงขนาดเก็บไปฝันเลยรู้มั้ย... มีความสุขจัง

(ตอนพิมพ์คำว่า ความสุข ก็ได้ยินเพลงCello Suite พอดี... เพลงนี้

เป็นเพลงที่ทำให้เรามีความสุขมากกว่าเดิมอีก)

...................

............

นานะ.. งานเลี้ยง.. เสียงมาริมบาเล่น Cello Suite คลอไปทั่วบ้าน.... ..

นี่คือคำว่าความสุขของเราในวันนี้


edit @ 2007/04/18 15:43:14

2007/Apr/13

.

..

.

.

.

.

.กระดาษของเราเอง

.

.

.....จบสิ้นการสอบคีย์บอร์ดซะที....

ดูในกระดาษสิคะสอบอะไรไปบ้าง...

....

.

.

.

.

.

โอ้... คุณคิดว่ามันน้อยจังเลยหรอคะ

.....

เอางี้ เอางี้

...

เข้าห้องสอบ 5โมงเย็น เสร็จ3ทุ่ม

กับเปียโนตัวเดียว

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เปียโนทำลายพลังชีวิตคุณได้แค่ไหน

ลองมาเรียนที่นี่สิค๊ะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

กรูเกลียดเปียโน


edit @ 2007/04/13 17:58:46

2007/Mar/28

ทำไม?

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ดนตรี ถึง โดนมองว่าเป็นอาชีพ เต้นกิน รำกิน?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

จบหมอ... . ผู้ใหญ่พอใจกว่า จบดนตรี ?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

นั่งอ่านหนังสือเตรียมเอนท์

ดูน่าเอ็นดูกว่า... ซ้อมเตรียมขึ้นเล่นคอนเสิร์ต

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม

.

.

.

.

.

เรียนดนตรี... .

ถูกหาว่า

เรียนหนังสือไม่รอด

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม

.

.

.

.

.

เล่นดนตรีได้..

ดูไร้สาระกว่า

เป็นลูกจ้างใครๆเขา

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม

.

.

.

.

พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่

คิดว่าดนตรี

เป็นเรื่องเล่นๆ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หัวโบราณกันอย่างนี้ล่ะ?

.

.

.

.

.

.

..

.

.

.

.

.

.

.

.

.

นักดนตรีก็เหมือนอาชีพทั่วๆไป

เราก็เหมือน เชฟ

ที่ต้องทำอาหารให้ถูกใจลูกค้า

เราก็เหมือน พนักงานบริษัท

ที่ต้องขยันทำงาน เพื่อ ได้เลื่อนขั้น

เราก็เหมือน แพทย์

ที่ต้องหัดผ่าตัดตั้งแต่นิ้วมือ... .ไปจนถึงผ่าตัดลำไส้

เราก็เหมือน นักคณิตศาสตร์

ที่ต้องคำนวน บวกลบ... . ค่าของตัวโน้ต

เราก็เหมือน นักฟิสิกข์

ที่ต้องวิเคราะห์ความถี่ของเสียง.. . การสะท้อนกลับของเสียงในHall

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ทำไม คนหัวโบราณ

ต้องมากำหนดชีวิตเราด้วย

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

..

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

..

เราต่างกับอาชีพอื่นๆตรงไหนหรอ?

.

.

.

.

.

.

.

.

ใครพูดว่าเล่นดนตรี คือพวกไม่มีงานทำ?

แล้วงานที่คุณทำ... .

คิดว่าจะมั่นคงยั่งยืนเสมอไปหรอ?

..

..

..

อาชีพไหนๆมันก็เสี่ยงทั้งนั้นแหละ

มันอยู่ที่ใครจะประสาทกินมากกว่ากันต่างหาก

อัลเบิร์ต ไอสไตน์ตอนเด็ก โง่มาก โง่มากๆ โง่จนเรียนในโรงเรียนไม่ไหว

นี่คือคำ ที่ครูของเขาพูดกับพ่อแม่ของอัลเบิร์ต

เขาเรียนอยู่ที่บ้าน โดยที่พ่อแม่มีความเชื่อมั่นว่า อัลเบิร์ตต้องมีดีมากกว่านั้น พวกเขาไม่เชื่อว่าลูกโง่

แม่ของอัลเบิร์ต ซื้อไวโอลินให้เขาตัวนึง

เขาเริ่มหัดเล่น ดนตรีคลาสสิคมากมายไหลผ่านหูเขา เพลงแล้วเพลงเล่า.. จนเขารักไวโอลินอย่างจริงจัง

แล้วเขาก็เริ่มคิดคำนวนอะไรได้ง่ายๆ เขาสามารถท่องจำหนังสือได้เป็นสิบๆเล่ม

เขาเติบโตพร้อมไวโอลินในมือซ้าย ปากกากระดาษในมือขวา และสมองที่พัฒนาไปเรื่อยๆอย่างน่าประหลาด

แล้วต่อมา อัลเบิร์ตก็กลายเป็น The Smartest man in the world

เพราะไวโอลิน และ เพราะดนตรีคลาสสิค

.....

เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกแล้วว่า ดนตรีสามารถพัฒนาสติปัญญาของลูกในท้องคุณแม่มือใหม่ได้

ปฏิกริยานี้ เรียกว่า ''Mozart Effect''

โดยให้หญิงมีครรภ์ฟังเพลงคลาสสิคนุ่มๆ ทุกๆวันเรื่อยไปจนกระทั่งคลอด

ผลที่ออกมาคือ ทารกที่ได้ฟังเพลงคลาสสิคตอนอยู่ในท้องแม่

มีความจำดีกว่า เรียนรู้ได้เร็วกว่า และสุขภาพดีกว่า เด็กที่ไม่ได้ฟังอะไรเลยนอกจาก "จ๊ะเอ๋ๆ"

นอกจากเพลงของโมสาร์ทแล้ว.. เพียงแค่เพลงกล่อมเด็กสบายๆ

ก็จะทำให้ทารกที่เพิ่งเกิด เป็นเด็กอารมณ์ดีและไม่ก้าวร้าว

.....

.

.

.

.

มามองมุมใหม่กันดีมั้ยคะ?

Thanks

** หนังสือสักเล่มที่เคยอ่านผ่านตา.. แล้วมันก็กลายเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีในวันนี้

** Ajarn Joseph Bowman .. for your advise and your words:

'' It's not your parent's life, It's your life. But just remember, Theypay the bill for you''

** Tommie.. คนที่รับฟังปัญหา คนที่สอนให้เข้มแข็งในช่วงแย่ๆของชีวิต

** ขอบคุณที่แม่จ่ายค่าเทอม ขอบคุนค๊าบ~ ( -/\-) หนูอยากเป็นนักดนตรีที่ดีค่ะแม่ ปล่อยให้หนูเรียนเหอะ

** แต๊งส์น้องทรัมเป็ตของนู๋~ ช้านรักเทอออ อย่าท่อบวมล่ะ ขี้เกียจซ่อม


edit @ 2007/03/31 13:44:09